Category Archives: โรคที่ถามบ่อย

ไขมันในเส้นเลือด ไขมันอุดตัน ไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเส้นเลือด ไขมันอุดตัน หรือไขมันในเลือดสูง เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่ง อาจจะเป็นคอเลสเตอรอลสูง หรือไตรกลีเซอไรด์สูง อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือบางรายอาจจะเป็นทั้งสองชนิด หากมีระดับไขมันสูงเกินจากระดับปกติ จะมีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหัวใจขาดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ต่ำ โรคตับ อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น ซึ่งในแต่ละคนก็จะมีการกำหนดระดับไขมันในเลือดไม่เท่ากัน และการดูแลรักษาแพทย์จะวินิจฉัยจากความเสี่ยงอื่นๆ ร่วมด้วย

ไขมันในเลือด

ไขมัน (Lipids) เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูงแก่ร่างกายของเรา โดยที่ไขมันจะถูกย่อยด้วยน้ำดีจากตับอ่อน ซึ่งจะถูกดูดซึมเข้าไปและส่งต่อไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ไขมันส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้ จะถูกสะสมไว้ตามผนังกล้ามเนื้อหัวใจ และเนื้อเยื่อไขมัน

ไขมันในร่างกาย มีที่มาจาก 2 ส่วน คือ จากอาหารที่บริโภค และ จากที่ร่างกายผลิตขึ้นเอง ไขมันจะถูกนำมาใช้เป็นพลังงาน สร้างฮอร์โมน ช่วยในการย่อยอาหาร และสร้างเนื้อเยื่อของเซลล์

ไขมันในเลือด ได้แก่

1.คอเลสเตอรอล พบได้มากในเซลล์ของสัตว์ ส่วนใหญ่ผลิตขึ้นที่ตับ คอเลสเตอรอล คือไขมันที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้ และได้รับจากสารอาหารที่บริโภคเข้าไป เป็นประเภทไขมันสัตว์ คอเลสเตอรอลประกอบไปด้วย ไขมันดี และไขมันชนิดไม่ดี

ไขมันดี ชื่อว่า เอชดีแอล (HDL) หน้าที่ นำ คอเลสเตอรอล จากเซลล์ต่างๆ ไปยังตับเพื่อเผาผลาญเป็นน้ำดี  และนำไปให้ตับสร้าง LDL ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดต่ำลง

ไขมันชนิดไม่ดี ชื่อว่า แอลดีแอล (LDL) มีหน้าที่ นำ คอเลสเตอรอลจากตับ ไปยังผนังหลอดเลือด เนื้อเยื่อไขมัน ทำให้หลอดเลือดหนาขึ้น จนความยืดหยุ่นของหลอดเลือดเสียไป หลอดเลือดตีบแคบลง จนเกิดการคั่งและเกาะผนังหลอดเลือด ทำให้อุดตันได้

คอเลสเตอรอลสูง เป็นภาวะที่พบเจอได้บ่อย ๆ จากการที่เรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นเวลานาน ซึ่งหากตรวจพบ แพทย์จะแนะนำให้รักษาด้วยการทานยาเพื่อรักษาระดับไขมัน และควรควบคุมอาหารเพื่อไม่ให้ระดับคอเลสเตอรอลสูงจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมาอีกหลายอย่าง

2.ไตรกลีเซอไรด์  ส่วนใหญ่ผลิตขึ้นที่ตับ และลำไส้เล็ก ไตรกลีเซอไรด์ คือ ไขมันที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้ และได้รับจากสารอาหารที่บริโภคเข้าไป เป็นประเภท แป้งและอาหารหวาน ไตรกลีเซอไรด์ เนพลังงานสะสมในสัตว์ และสะสมใต้ผิวหนังเพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกาย โดยสะสมอยู่ในเซลล์ไขมัน

ไตรกลีเซอไรด์สูง เป็นภาวะที่เกิดได้หลายปัจจัย เช่น จากการรับประทานอาหารที่มีไขมัน หรืออาหารหวาน อาหารที่มีแป้งและน้ำตาลปริมาณที่มากเกินไป เกิดจากโรคที่ทำให้ระดับไขมันในร่างกิยผิดปกติ อย่างโรคเบาหวาน โรคไต เกิดจากการดื่มแอลกอฮอลล์เป็นประจำ ขาดการออกกำลังกาย และอีกปัจจัยคือเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือกรรมพันธุ์ ที่เกี่ยวกับการควบคุมระดับไลโปโปรตีน เช่นร่างกายขาดเอนไซด์ที่ใช้สำหรับย่อยไตรกลีเซอไรด์

เมื่อเกิดภาวะที่ ไตรกลีเซอไรด์สูงแล้ว ทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว ทำให้เลือดเดินทางไปยังส่วนต่างๆของร่างกายไม่สะดวก  และจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา เช่น หัวใจขาดเลือด เป็นอัมพาต อาการที่เกิดร่วมเมื่อไตรกลีเซอไรด์สูง ได้แก่ ปวดท้อง ตับ ม้ามโต เป็นต้น 

สาเหตุของไขมันในเส้นเลือด ไขมันอุดตัน ไขมันในเลือดสูง

ไขมันอุดตันในเส้นเลือด เกิดขึ้นเนื่องจากมีการสะสมของไขมันและไขมันนั้นก่อตัวเป็นแผ่นที่ผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ เมื่อแผ่นไขมันก่อตัวเยอะขึ้นทำให้หลอดเลือดแคบลงทำให้เลือดเดินทางผ่านไปเพื่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้น้อยลง ทำให้เกิดภาวะขาดเลือดได้เนื่องจากการอุดตันทางเดินของเลือดเฉียบพลัน นอกจากนี้แผ่นไขมัน แผ่นไขมันนี้ สามารถแตกออกไปปิดกั้นกระแสเลือดทั้งหมดได้แบบฉับพลัน หากเกิดที่หัวใจจะทำให้หัวใจวาย หากเกิดที่สมองจะทำให้เป็นเส้นเลือดในสมองอุดตัน สาเหตุหลักๆ ได้แก่ กรรมพันธุ์ การรับทานอาหารที่มีแป้งมากเกินไป โรคอ้วน น้ำหนักเกิน ไม่ชอบออกกำลังกาย การดื่มสุรา การรับประทานยาบางชนิด บางโรคที่มักเป็นร่วมกับภาวะไขมันสูง เช่นโรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน เป็นต้น

อาการของโรคไขมันในเส้นเลือด ไขมันอุดตัน ไขมันในเลือดสูง

อาการของโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด จะมีลักษณะคล้ายกับการเป็นโรคหัวใจ อย่างเช่น อาการเหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก และในบางรายก็มีอาการจุกแน่นที่ลิ้นปี่ คล้ายกับการเป็นโรคกระเพาะ บางรายอาจมีอาการหน้ามืดเวียนหัว เหงื่อออกมาก มือเท้าชา เมื่อมีอาการดังกล่าว ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเนื่องจาก เมื่อไขมันอุดตันในเส้นเลือดแล้ว ยังไม่ได้รับการรักษา  จะทำให้เส้นเลือดเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ไม่สะดวก และก่อให้เกิดโรคที่อันตรายถึงชีวิตได้ 

อันตรายจากภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด

ระดับไขมันในเลือด เมื่อสูงขึ้น ทำให้หลอดเลือดแดงแข็ง ตีบ อุดตัน และอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างขึ้นได้ อย่างเช่น หัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวาย หลอดเลือดตีบตัน ตับอ่อนอักเสบ เป็นต้น

การดูแลรักษาอาการของโรคไขมันในเส้นเลือด ไขมันอุดตัน ไขมันในเลือดสูง

เมื่อแพทย์วินิจฉัยแล้วว่า เป็นไขมันอุดตันในเส้นเลือด แพทย์จะใช้ยาเพื่อรักษาในรายที่มีอาการไม่มาก ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการแน่นหน้าอก เหนื่อย หอบ ส่วนวิธีอื่นที่แพทย์แนะนำ อย่างเช่น การทำบอลลูนขยายเส้นเลือด จะทำในรายที่ตีบเฉพาะจุด และ แพทย์จะแนะนำให้ควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ทานอาหารที่มีกากใยสูง เลี่ยงการประกอบอาหารที่ใช้น้ำมัน งดแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและไม่หักโหมจนเกินไป หรือการรับประทานสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ที่เป็นผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สกัดจาก มังคุด ถั่วเหลือง งาดำ ใบบัวบกและฝรั่ง มีกระบวนการทำงานโดย เข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ช่วยปรับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สมดุล ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น ลดการเกาะตัวของแผ่นเลือดและไขมันที่จะเข้าไปอุดตันที่ผนังหลอดเลือด ทำให้อาการต่างๆ ของผู้ป่วยดีขึ้น

เบาหวานขึ้นตา

โรคเบาหวาน หากมีภาวะที่เป็นเบาหวานแล้ว อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้หลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะโรคแทรกซ้อนทางตา ช่วงแรกการมองเห็นอาจจะยังเป็นปกติอยู่ แต่เมื่อมีอาการมากขึ้นก็อาจก่อให้เกิดต้อกระจก ต้อหิน และทำลายเส้นเลือดในตาได้

เบาหวานขึ้นตา เป็นภาวะที่เกิดจากหลอดเลือดในจอตาเกิดความเสื่อม มีการอักเสบจากเบาหวาน และมีหลอดเลือดโป่งพองจากผนังหลอดเลือด มีเลือดหรือน้ำเหลืองซึมมาจากหลอดเลือดกระจายอยู่ทั่วตา หากปล่อยไว้ก็จะมีเลือด และน้ำเหลืองซึมมากขึ้น สุดท้ายจอตาจะขาดเลือดจึงเกิดการตายของจอตาและเมื่อตายมากขึ้น ก็ทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลงด้วย

อาการของเบาหวานขึ้นตา

ปกติหากเป็นเบาหวานแล้ว จะมีอาการแทรกซ้อนต่างๆ ขึ้น เช่นอาการเบาหวานขึ้นตา ซึ่งจะมีอาการตามัว เห็นเงาดำลอยไปมาในอากาศ หรือมีฝ้าดำๆ ทำให้มองเห็นไม่ชัด บางทีก็เห็นภาพบิดเบี้ยวไป แต่บางรายก็อาจจะไม่มีอาการเลยแม้จะมีเบาหวานขึ้นตา หากป่วยเป็นเบาหวานก็ควรได้รับการตรวจตาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง อย่างน้อยปีละครั้ง เพราะหากมีอาการแล้วไม่ได้รับการรักษา อาจจะทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร

การดูแลรักษาเมื่อมีภาวะเบาหวานขึ้นตา

แพทย์จะทำการวินิจฉัย และรักษาตามอาการ ความรุนแรงของภาวะเบาหวานขึ้นตา โดยใช้เลเซอร์ในรายที่มีเส้นเลือดฝอยงอกออกมาอย่างผิดปกติ รักษาด้วยการผ่าตัดในรายที่มีอาการเลือดออกในตาและจอประสาทตาลอกจากพังผืดที่รั้ง และควรดูแลตัวเองด้วยการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน และความดันโลหิตสูง ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์และเข้าพบแพทย์ตามนัด

นักภูมิคุ้มกันวิทยาพบว่า อาการเบาหวานขึ้นตา เกิดจากการสร้างสารจากเม็ดเลือดขาวที่ก่อการอักเสบมากไป ซึ่ง มาจาก IL-1beta , IL6, IL17, TNF-alpha และ IFN-gamma ซึ่งสารที่ก่อการอักเสบเหล่านี้สามารถลดลงได้ด้วย การรับประทานสารสกัดจากธรรมชาติ ที่เป็นผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่วิจัยและพัฒนา สารสกัดจากธรรมชาติทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ มังคุด ถั่วเหลือง งาดำ ใบบัวบก และฝรั่ง ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน ที่เข้าไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาว ที่พิสูจน์โดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์แล้วว่า สามารถลด สารที่ก่อการอักเสบ ได้แก่ IL-1beta , IL6, IL17, TNF-alpha และ IFN-gamma แล้วยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่สมดุลให้แก่ร่างกายอีกด้วย อาการเบาหวานขึ้นตาจึงดีขึ้นและไม่มีอาการรุนแรงมากไปกว่าเดิม ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานกลับมามีสุขภาพตาที่สดใสขึ้นดังเดิม

ความดันโลหิต ความดันโลหิตสูง

เมื่อเราไปพบแพทย์ จะมีการตรวจคัดกรองเบื้องต้น และมักจะมีการวัดความดันโลหิต เพื่อให้พยาบาลและแพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นของอาการป่วยได้ ความดันโลหิต เป็นความดัน เป็นเหมือนสัญญาณชีพที่สำคัญ  หรือเป็นแรงผลักดัน ของเลือดแดง ที่เกิดจากเลือดหมุนเวียน จากการสูบหรือการเต้นของหัวใจ เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆในร่างกาย ในระหว่างการเต้นของหัวใจแต่ละครั้ง ความดันเลือดจะผันแปรระหว่างความดันสูงสุด และความดันต่ำสุด ความดันสูงสุด คือช่วงที่หัวใจบีบตัว และช่วงความดันต่ำสุด คือช่วงที่หัวใจคลายตัว

ความดันโลหิต สามารถบอกถึงสุขภาพ รวมถึงบ่งบอกโรคต่างๆ ได้ด้วย เมื่อวัดความดันแล้ว สามารถบ่งบอกโรคก่อนวินิจฉัยได้ว่า เป็นโรคความดันโลหิตสูง และบ่งบอกถึงการทำงานของหัวใจ และโรคหัวใจได้ด้วย

การวัดความดันโลหิต

การวัดความดันโลหิต อย่างถูกต้อง มีความสำคัญต่อการวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อยืนยันว่า สุขภาพเป็นอย่างไร การวัดความดันจะจำแนกระดับความดันเป็นหน่วยที่เรียกว่า มิลลิเมตรปรอท ซึ่งสามารถจำแนกตามความรุนแรงและวัดความดัน ได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ อายุ 18 ปี ขึ้นไป การวัดความดันโลหิตของแต่ละคนก็จะไม่เท่ากัน ซึ่งมีอัตราของความดันโลหิต ดังนี้

– ความดันโลหิต ปกติ จะวัดความดันได้  90-119 / 60-79 มม.ปรอท

– ความดันโลหิต ในผู้ที่มีแนวโน้ม ที่จะเป็นความดันโลหิตสูง จะวัดความดันได้  120-130 / 80-89 มม.ปรอท

– โรคความดันโลหิตสูง ระยะที่ 1 จะวัดความดันได้ 140-159 / 90-99 มม.ปรอท

– โรคความดันโลหิตสูง ระยะที่ 2 จะวัดความดันได้ ตั้งแต่ 160/100 มม.ปรอท ขึ้นไป

– โรคความดันโลหิตสูง ที่มีโอกาสเสี่ยงและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ อาจจะเป็นโรคหัวใจล้มเหลว สมองไม่สามารถสั่งการได้ และไตล้มเหลว ซึ่งต้องพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง จะวัดความดัน และความดันโลหิตสูง ตั้งแต่ 180/110 มม.ปรอท

– โรคความดันโลหิตสูง ที่ต้องพบแพทย์โดยด่วน และฉุกเฉิน คือผู้ที่วัดความดันได้ ตั้งแต่ 220/140 มม.ปรอท ขึ้นไป เพราะว่าอาจอันตรายถึงชีวิต อาจเสียชีวิตได้ เนื่องจากระบบการทำงานของอวัยวะในร่างกายล้มเหลวแล้ว อย่างเช่น สมอง หัวใจ และไต

เมื่อวัดความดันโลหิต แล้วพบว่า ความดันโลหิตตัวใดตัวหนึ่งสูง หรือว่าทั้งสองตัวสูงขึ้นกว่าปกติ จะต้องวัดซ้ำอีกครั้ง โดยพักให้ระยะห่างจากการวัดความดันโลหิตรั้งแรก ประมาณ 5-15 นาที ถ้าวัดแล้วค่าซ้ำอีกครั้ง หากค่าความดันโลหิตยังผิดปกติ ก็ถือว่าความดันโลหิตผิดปกติจริง

สาเหตุของความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูง มี 2 กรณี คือกรณีแรก ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่ส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มผู้ทีมีอายุ 40 ปีขึ้นไป ส่วนอีกกรณี คือ ผู้ที่มีอาการป่วย อย่างเช่น ป่วยเกี่ยวกับสมอง ต่อมหมวกไต ต่อมไร้ท่อ และโรคเรื้อรังที่ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เช่น โรคโลหิตจาง โรคเบาหวาน และเกี่ยวเนื่องกับการใช้ยาบางชนิด การใช้สารเสพติด และการดื่มแอลกอฮอล์

อาการของความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูง โดยปกติ ไม่ได้แสดงอาการออกมาอย่างเด่นชัด ยกเว้นผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงระยะที่ 2 และระยะวิกฤต จะมีอาการ ปวดศีรษะ หายใจไม่ค่อยสะดวก หายใจสั้น มีเลือดกำเดาไหล ซึ่งในบางรายก็จะไม่ค่อยเจออาการร่วม และไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจน ซึ่งควรหมั่นดูแลตัวเองและตรวจสุขภาพประจำปี จะได้รู้ว่าความดันโลหิตเป็นอย่างไร สุขภาพร่างกายแข็งแรงหรือไม่

การดูแลรักษาโรคความดันโลหิตสูง

เมื่อตรวจพบว่า เป็นโรคความดันสูง ไม่ว่าจะเป็นระยะไหนก็ตาม อย่างแรกที่แพทย์จะแนะนำ คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในการรับประทานอาหาร และให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอโดยไม่หักโหม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง หรืออาหารเค็ม เน้นทานผักผลไม้ และอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันที่ดีต่อร่างกาย งดแอลกอฮอล์ ทั้งนี้แพทย์จะจ่ายยาให้ทานควบคู่กับการปรับพฤติกรรมของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เพื่อให้ความดันโลหิตลดลงมาอยู่ในภาวะปกติ และยังรักษาโดยคำนึงถึงชนิด และอาการของโรค รวมถึงสาเหตุที่แท้จริงของโรคความดันโลหิตสูงด้วย

หากเป็นโรคความดันสูง เป็นเวลานาน แล้วไม่ได้รับการรักษา หรือดูแลสุขภาพไม่ถูกต้อง จะทำให้ส่งผลและมีปัญหาสุขภาพตามมามากมาย โดยอาจอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และรับการรักษาอย่างทันท่วงที รับประทานอาหารที่มีเส้นใย และอาหารที่มีประโยชน์ หรือเพียงรับประทานผลิตภัณฑ์ ที่มาจากสารสกัดจากธรรมชาติ ทั้ง 5 ชนิดที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน ในร่างกาย ทำให้มีภูมิคุ้มกันที่สมดุล เพียงเท่านี้ ก็จะทำให้ปัญหาของความดันโลหิตสูง ลดน้อยลงได้

เบาหวาน

โรคเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังและ ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากไม่อาจนำน้ำตาลที่บริโภคเข้าไปมาใช้ได้ เนื่องจาก ประการแรก ตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ หรือได้ไม่มากพอ โดยอินซูลินนี้มีหน้าที่ช่วยส่งผ่านน้ำตาลที่อยู่ในรูปของกลูโคสในกระแสเลือดไปสู่ระบบเนื้อเยื่อต่าง ๆ เพื่อนำไปเผาผลาญ และแปลงเป็นพลังงาน ประการที่สองเซลล์ของ เนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ (ไขมัน ตับ กล้ามเนื้อ ฯลฯ) มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน อินซูลินเป็นสารที่ช่วยในการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์เพื่อสร้างเป็นพลังงาน ดังนั้นในผู้ที่เป็นเบาหวานจึงมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติและอินซูลินไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามปกติ นอกจากนี้ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นมากเป็นเวลานานๆ  จะส่งผลให้เกิดการทำลายหลอดเลือดและระบบประสาทส่วนปลาย แลถ้าไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่อาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะแทรกซ้อนทางสายตา ภาวะแทรกซ้อนทางไต หรือ แผลเรื้อรังจากเบาหวาน เป็นต้น

เบาหวานแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

เบาหวานประเภทที่หนึ่ง พบค่อนข้างน้อยประมาณร้อยละ 5 ของผู้ป่วยเบาหวานไทย เบาหวานประเภทนี้เกิดจากการที่ตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เลย ผู้ป่วยจำเป็นต้องพึ่งการฉีดอินซูลินอย่างสม่ำเสมอ ไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดภาวะขาดอินซูลิน และระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากจนกระทั่งหมดสติ และเสียชีวิตแบบเฉียบพลันได้ โรคเบาหวานประเภทที่หนึ่งมักจะพบในเด็กและวัยรุ่น มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่ภาวะภูมิต้านทานทำลายเซลล์ที่สร้างอินซูลินในตับอ่อน นอกจากนี้ ระดับน้ำตาลที่สูงเรื้อรังจะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังต่อไป

เบาหวานประเภทที่สอง เป็นชนิดที่พบได้บ่อยคิดเป็นร้อยละ 95 ของผู้ป่วยเบาหวานไทยโดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เบาหวานประเภทที่สองเกิดจากการที่ตับอ่อนของผู้ป่วยไม่สามารถสร้างอินซูลินให้เพียงพอ และร่างกายมีภาวะดื้ออินซูลิน เบาหวานประเภทนี้มักไม่พบอาการอันตรายอย่างเฉียบพลันเหมือนแบบแรก แต่หากไม่มีการควบคุมให้ดีก็จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังที่เป็นอันตรายอย่างเฉียบพลันได้เช่นกัน

ตามหลักทางวิทยาศาสตร์ภูมิคุ้มกันวิทยาแล้ว ในผู้ป่วยเบาหวาน เม็ดเลือดขาวหลั่งสาร TNF-α, INF-ϒ และ IL-17 มากไปจนเกินความสมดุลโดย TNF-α และ  INF-ϒ จะเข้าไปทำลายเบต้าเซลล์ในตับอ่อน จนทำให้สร้างอินซูลินได้น้อยลง (เบาหวานชนิดที่ 1 หรือ 2) และสารทั้งสองนี้ยังทำให้เกิดสภาวะดื้อต่ออินซูลินของเซลล์ (เบาหวานชนิดที่ 2) ส่วน IL-17 จำทำให้สภาวะการแพ้ภูมิตัวเองรุนแรงขึ้นจึงทำให้เบาหวาน ซึ่งเป็นอาการหนึ่งของการแพ้ภูมิตัวเอง รุนแรงขึ้นด้วย

กว่า 38 ปีแล้วที่คณะนักวิจัย และนักวิทยาศาสตร์ จากคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทำการค้นคว้าวิจัยใน “ผลมังคุด” นำทีมโดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตราได้วิจัย และพัฒนาจนค้นพบว่า สาร GM-1 มีประสิทธิภาพสูง และยังพัฒนาต่อยอดโดย มีสารสกัดเสริมประสิทธิภาพจาก งาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง และบัวบก จนได้แคปซูลเสริมอาหารที่พิสูจน์โดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์   ว่าสามารถลดการหลั่งสาร TNF-α, INF-ϒ และ IL-17 และระดับน้ำตาลในเลือด หรือโรคเบาหวานได้อีกด้วย จึงเป็นผลิตภัณฑ์ ที่สามารถตอบสนอง สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเบาหวาน และอาการข้างเคียงที่เกิดจากเบาหวาน เช่น โรคหลอดเลือด โรคตับ โรคไตเสื่อม ความดันสูง เป็นต้น

สารสกัดจากธรรมชาติ ทั้ง 5 ชนิดได้แก่ มังคุด ถัวเหลือง งาดำ บัวบก และ ฝรั่ง ช่วยไปกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาว ให้ไปทำงานโดยการปรับภูมิคุ้มกันของร่างกายทำให้สมดุล สามารถระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเบาหวาน และอาการข้างเคียงที่เกิดจากเบาหวาน เช่น โรคหลอดเลือด โรคตับ โรคไตเสื่อม หรือไตวาย ความดันสูงเป็นต้น รวมถึงช่วยดูแลร่างกายของคุณให้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวได้ยาวนานและ ใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น